โปรแกรมมวย ศึกมวยไทยพลังใหม่ 4 มีนาคม 2569 กลับมาสร้างความคึกคักให้แฟนกำปั้นอีกครั้งที่เวทีมาตรฐานระดับตำนานของไทยอย่าง เวทีมวยราชดำเนิน โดยการแข่งขันเริ่มต้นเวลา 18.00 น. จัดเต็มทั้งหมด 9 คู่ ครบทั้งมวยรุ่นเล็ก รุ่นกลาง และพิกัดใหญ่ที่มีผลต่ออันดับในสายการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญ แฟนมวยสามารถติดตามความเคลื่อนไหวตั้งแต่ผลการชั่งน้ำหนักไปจนถึงการวิเคราะห์ก่อนขึ้นเวทีได้ในบทความนี้แบบครบถ้วนในหน้าเดียว

บรรยากาศของศึกในครั้งนี้ถือว่าคึกคักตั้งแต่ช่วงชั่งน้ำหนัก เพราะมีนักมวยหลายรายที่เกินหรือขาดพิกัดเล็กน้อย ซึ่งส่งผลต่อแท็กติกการชกและสภาพร่างกายในวันแข่งขันจริง โปรแกรมมวย ศึกมวยไทยพลังใหม่ 4 มีนาคม 2569 จึงไม่ได้เป็นเพียงตารางการแข่งขันธรรมดา แต่เป็นเวทีที่สะท้อนความพร้อม ความฟิต และการบริหารร่างกายของนักชกแต่ละคนอย่างแท้จริง

รายละเอียดการแข่งขัน

การแข่งขันจัดขึ้นในวันพุธที่ 4 มีนาคม 2569 ณ เวทีมวยราชดำเนิน กรุงเทพมหานคร เริ่มต้นตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป โดยรูปแบบการแข่งขันเป็นมวยไทย 5 ยก ตามมาตรฐานเวทีใหญ่ มีกรรมการควบคุมอย่างเข้มงวด และมีการชั่งน้ำหนักอย่างเป็นทางการก่อนการแข่งขันหนึ่งวัน ซึ่งข้อมูลทั้งหมดถูกสรุปไว้ในตารางด้านล่างเพื่อให้แฟนมวยตรวจสอบได้อย่างชัดเจน

ตารางโปรแกรมมวย ศึกมวยไทยพลังใหม่ 4 มีนาคม 2569

คู่ที่ มุมแดง น้ำหนักชั่งได้ มุมน้ำเงิน น้ำหนักชั่งได้ พิกัด
1 ลมอีสาน พยัคฆ์ภูหลวง 117.7 ปอนด์ (เกิน 1.7) เพชรดำ สก.สุไหงยิม 117.5 ปอนด์ (เกิน 1.5) 116 ปอนด์
2 เทพคามิน ธนพลรีสอร์ท 115 ปอนด์ (ตามพิกัด) คนดง ส.สละชีพ 115.9 ปอนด์ (ขาด 0.1) 115/116 ปอนด์
3 กานต์ชัย จิตรเมืองนนท์ 130.8 ปอนด์ (ขาด 0.2) เพชรเมืองเดช จ่าติ๊กอุบล 132.3 ปอนด์ (เกิน 1.3) 131 ปอนด์
4 ซื่อสัตย์ มานพมวยไทย 122.5 ปอนด์ (ขาด 0.5) พาลี ส.บุญมีฤทธิ์ 126 ปอนด์ (เกิน 1.0) 123/125 ปอนด์
5 เพชรโนนสังข์ เกียรติธงยศ 116.4 ปอนด์ (เกิน 0.4) ยอดขุนพล เกียรติก้องเกรียงไกร 116.1 ปอนด์ (เกิน 0.1) 116 ปอนด์
6 บัลลังก์เงิน อ.ยุทธชัย 121.3 ปอนด์ (เกิน 0.3) โนบินฮู้ด อินไฟท์สไตล์ 121 ปอนด์ (ตามพิกัด) 121 ปอนด์
7 สิทธิศักดิ์ ส.ประสบโชค 134.5 ปอนด์ (ขาด 0.5) ขุนสยาม เกียรติตะวัน 135.1 ปอนด์ (เกิน 0.1) 135 ปอนด์
8 สิงห์โดมทอง นกยีนส์ลาดกระบัง 128.4 ปอนด์ (เกิน 0.4) ตวงทรัพย์ ส.สละชีพ 128.4 ปอนด์ (เกิน 0.4) 128 ปอนด์
9 เด่นณรงค์ ส.เจริญเดชมวยไทย 132.2 ปอนด์ (ขาด 1.8) เพชรอดิศร ทีเอ็น.มวยไทย 133.3 ปอนด์ (ขาด 0.7) 134 ปอนด์

วิเคราะห์คู่ที่ 1 ลมอีสาน พบ เพชรดำ พิกัด 116 ปอนด์

เปิดรายการด้วยคู่เล็กที่น่าจับตามอง ลมอีสานชั่งเกิน 1.7 ปอนด์ ขณะที่เพชรดำเกิน 1.5 ปอนด์ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงการเร่งทำน้ำหนักในช่วงท้าย ซึ่งอาจส่งผลต่อพละกำลังในช่วงต้นยก อย่างไรก็ตามหากร่างกายฟื้นตัวดี เกมบู๊แลกหมัดเตะอาจเกิดขึ้นตั้งแต่ยกแรก โดยคู่นี้มีแนวโน้มออกอาวุธหนักแลกหนักเพราะต่างฝ่ายต่างมีสไตล์เดินชน

วิเคราะห์คู่ที่ 2 เทพคามิน พบ คนดง

เทพคามินทำน้ำหนักได้ตามพิกัดอย่างแม่นยำ ขณะที่คนดงขาดเพียง 0.1 ปอนด์ ถือว่าแทบไม่มีผลต่อรูปเกม ความได้เปรียบจึงอยู่ที่จังหวะและแผนการชกมากกว่าสภาพร่างกาย คู่นี้อาจเน้นเชิงชั้นและการวางแข้งระยะไกลมากกว่าการเปิดเกมเร็ว เพราะต่างฝ่ายมีความรัดกุมในการชกพอสมควร

วิเคราะห์คู่ที่ 3 กานต์ชัย พบ เพชรเมืองเดช

กานต์ชัยขาดเพียงเล็กน้อย ขณะที่เพชรเมืองเดชเกินถึง 1.3 ปอนด์ ซึ่งอาจหมายถึงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ต้องแลกกับความฟิตในช่วงปลายยก เกมนี้จึงน่าสนใจว่าฝ่ายใดจะคุมจังหวะได้ดีกว่า หากกานต์ชัยใช้ความเร็วเข้าสู้ก็อาจสร้างปัญหาให้คู่ชกได้ไม่น้อย

วิเคราะห์คู่ที่ 4 ซื่อสัตย์ พบ พาลี

พิกัดต่างกันเล็กน้อยและพาลีเกิน 1 ปอนด์ อาจมีพลังปะทะเหนือกว่า ซื่อสัตย์ขาด 0.5 ปอนด์ทำให้ดูเบากว่าเล็กน้อย เกมนี้จึงอาจเน้นวงในและการปล้ำตีเข่าเพื่อชดเชยแรงปะทะ การคุมระยะและการ์ดป้องกันจะเป็นหัวใจสำคัญของคู่นี้

วิเคราะห์คู่ที่ 5 เพชรโนนสังข์ พบ ยอดขุนพล

ทั้งสองฝ่ายเกินพิกัดเล็กน้อยในระดับใกล้เคียงกัน ทำให้ความได้เปรียบทางน้ำหนักแทบไม่มี คู่นี้จึงวัดกันที่ประสบการณ์และความนิ่งบนเวทีมากกว่า โอกาสเกิดเกมสูสีมีสูง และอาจต้องลุ้นกันถึงยกสุดท้ายจึงจะรู้ผลแพ้ชนะ

วิเคราะห์คู่ที่ 6 บัลลังก์เงิน พบ โนบินฮู้ด

บัลลังก์เงินเกิน 0.3 ปอนด์ ขณะที่โนบินฮู้ดทำน้ำหนักได้ตรงตามพิกัด ความแตกต่างเล็กน้อยนี้ไม่น่ามีผลชัดเจน แต่ความสดและการฟื้นตัวหลังชั่งอาจเป็นปัจจัยตัดสิน คู่นี้มีแนวโน้มเป็นเกมเทคนิคที่เน้นจังหวะสวนกลับมากกว่าการบุกแบบไม่คิด

วิเคราะห์คู่ที่ 7 สิทธิศักดิ์ พบ ขุนสยาม

ทั้งสองฝ่ายใกล้เคียงพิกัดมาก สิทธิศักดิ์ขาด 0.5 ปอนด์ ขณะที่ขุนสยามเกินเพียง 0.1 ปอนด์ ถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เกมนี้จึงน่าจะวัดกันที่ชั้นเชิงและแท็กติกมากกว่าความแข็งแรง เพราะสภาพร่างกายไม่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

วิเคราะห์คู่ที่ 8 สิงห์โดมทอง พบ ตวงทรัพย์

น้ำหนักเท่ากันแทบเป๊ะที่ 128.4 ปอนด์ทั้งคู่ สะท้อนถึงความพร้อมและการควบคุมร่างกายที่ดี คู่นี้จึงมีโอกาสออกมาสนุกและสูสีสูง เพราะไม่มีใครเสียเปรียบด้านพละกำลังตั้งแต่ต้นยก เกมอาจพลิกไปมาตามจังหวะการเข้าทำ

วิเคราะห์คู่ที่ 9 เด่นณรงค์ พบ เพชรอดิศร พิกัด 134 ปอนด์

คู่ปิดท้ายรายการที่น่าจับตา เด่นณรงค์ขาดถึง 1.8 ปอนด์ ซึ่งอาจทำให้ดูเบากว่าในแง่แรงปะทะ ขณะที่เพชรอดิศรขาด 0.7 ปอนด์ แม้ไม่มากแต่ยังอยู่ต่ำกว่าพิกัด เกมนี้จึงต้องดูว่าความเร็วจะสามารถชดเชยความต่างของมวลร่างกายได้หรือไม่ หากเด่นณรงค์ใช้จังหวะเข้าออกเร็วก็อาจสร้างความได้เปรียบได้เช่นกัน

ตารางมวยไทยครบทุกคู่ พร้อมลิงก์ถ่ายทอดสดวันนี้! รวมทุกศึก ทุกสังเวียน ดูสดได้ในที่เดียว

ภาพรวมโปรแกรมมวย ศึกมวยไทยพลังใหม่ 4 มีนาคม 2569

เมื่อพิจารณาภาพรวมทั้งหมดของโปรแกรมมวย ศึกมวยไทยพลังใหม่ 4 มีนาคม 2569 จะเห็นได้ว่ามีนักมวยหลายรายที่เกินพิกัดเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในกรอบที่ควบคุมได้ ความสูสีจึงเกิดขึ้นในหลายคู่ และมีแนวโน้มที่เกมการแข่งขันจะเข้มข้นตั้งแต่ต้นรายการจนถึงคู่สุดท้าย แฟนมวยที่ติดตามศึกนี้จึงมีโอกาสได้ชมการชกคุณภาพต่อเนื่องตลอดค่ำคืน

เวทีมวยราชดำเนินยังคงเป็นสังเวียนที่สร้างมาตรฐานให้กับวงการมวยไทย และรายการศึกมวยไทยพลังใหม่ในวันที่ 4 มีนาคม 2569 ครั้งนี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงการจัดคู่ที่สมดุลและเน้นความมันส์เป็นหลัก ใครที่กำลังมองหาโปรแกรมมวยคุณภาพครบทุกพิกัด ศึกนี้ถือว่าไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

คำถามที่พบบ่อย (F&Q)

ศึกมวยไทยพลังใหม่ 4 มีนาคม 2569 จัดขึ้นที่ไหน?

โปรแกรมมวย ศึกมวยไทยพลังใหม่ 4 มีนาคม 2569 จัดขึ้นที่เวทีมวยราชดำเนิน กรุงเทพมหานคร
ซึ่งเป็นเวทีมวยมาตรฐานระดับประเทศที่ใช้จัดการแข่งขันรายการสำคัญมาอย่างยาวนาน
โดยบรรยากาศภายในสนามรองรับแฟนมวยจำนวนมากและมีระบบจัดการแข่งขันที่ได้มาตรฐานสากล

โปรแกรมมวยเริ่มแข่งขันกี่โมง?

การแข่งขันเริ่มต้นเวลา 18.00 น. เป็นต้นไป โดยจะทำการแข่งขันทั้งหมด 9 คู่เรียงลำดับตามโปรแกรม
แนะนำให้แฟนมวยเดินทางหรือเปิดรับชมก่อนเวลาเริ่มเล็กน้อยเพื่อไม่พลาดคู่เปิดรายการ
เพราะหลายครั้งคู่ต้นรายการมักเป็นคู่ที่ชกกันดุเดือดและสร้างความตื่นเต้นได้ตั้งแต่ต้นค่ำ

ศึกมวยไทยพลังใหม่ครั้งนี้มีกี่คู่?

โปรแกรมมวย ศึกมวยไทยพลังใหม่ 4 มีนาคม 2569 มีการแข่งขันทั้งหมด 9 คู่
ครอบคลุมหลายพิกัดน้ำหนักตั้งแต่รุ่นเล็กจนถึงรุ่นใหญ่
ทำให้แฟนมวยได้ชมความหลากหลายของสไตล์การชกทั้งสายบู๊ เดินชน และสายเทคนิคครบถ้วนในรายการเดียว

มีนักมวยคนใดทำน้ำหนักไม่ผ่านหรือไม่?

จากผลการชั่งน้ำหนักอย่างเป็นทางการ นักมวยทุกคนสามารถขึ้นชกได้ตามเงื่อนไขของรายการ
แม้บางรายจะมีน้ำหนักเกินหรือขาดพิกัดเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ตกลงกันได้ตามกติกา
จึงไม่มีการยกเลิกคู่แข่งขันแต่อย่างใด ทำให้โปรแกรมมวยดำเนินการแข่งขันครบทุกคู่

คู่เอกของรายการคือคู่ไหน?

คู่ที่ 9 ซึ่งเป็นการพบกันระหว่าง เด่นณรงค์ ส.เจริญเดชมวยไทย กับ เพชรอดิศร ทีเอ็น.มวยไทย
ในพิกัด 134 ปอนด์ ถือเป็นคู่เอกที่ได้รับความสนใจมากที่สุดของรายการ
เนื่องจากเป็นการเจอกันของนักชกระดับแนวหน้าและมีผลต่ออันดับในสายการแข่งขันโดยตรง

สามารถติดตามผลการแข่งขันได้จากที่ใด?

แฟนมวยสามารถติดตามผลการแข่งขันแบบเรียลไทม์ผ่านสื่อกีฬาออนไลน์ เว็บไซต์ข่าวมวย
หรือเพจโซเชียลมีเดียที่รายงานผลมวยอย่างต่อเนื่อง
โดยหลังจบการแข่งขันมักจะมีการสรุปผลอย่างเป็นทางการครบทั้ง 9 คู่ให้ตรวจสอบได้ทันที