โปรแกรมมวย ศึกมวยไทย 7 สี 15 ก.พ. 2569 กลับมาสร้างความคึกคักให้แฟนมวยในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ ด้วยโปรแกรมการแข่งขันครบ 4 คู่จากเวทีมวยช่อง 7 สี เริ่มชกเวลา 14:30 น. โดยไฮไลต์ของสัปดาห์นี้อยู่ที่การประกบคู่หลากสไตล์ ทั้งคู่มวยรุ่นเล็กที่เน้นความเร็วและจังหวะฝีมือ ไปจนถึงคู่เอกพิกัดใหญ่ที่ชวนลุ้นทุกวินาที ซึ่งข้อมูลด้านล่างนี้สรุปครบทั้งพิกัดชั่ง น้ำหนักที่ชั่งได้ และส่วนต่างจากพิกัดเพื่อให้ติดตามภาพรวมได้ในหน้าเดียว
สำหรับแฟนมวยที่กำลังมองหา “โปรแกรมมวย” แบบอ่านง่าย ศึกมวยไทย 7 สี 15 ก.พ. 2569 ได้จัดตารางคู่ชกให้สมดุลทั้งความสนุกและความเข้มข้น โดยในรายการวันนี้มีทั้งคู่ที่ชั่งผ่านพิกัดแบบพอดี และคู่ที่มีน้ำหนักเกินพิกัดพร้อมระบุส่วนต่างชัดเจน ซึ่งการชั่งน้ำหนักถือเป็นข้อมูลสำคัญก่อนเกม เพราะช่วยให้เห็นสภาพร่างกาย ความพร้อม และกรอบการแข่งขันของแต่ละคู่ได้มากขึ้น ทั้งนี้รายละเอียดทุกคู่ถูกจัดไว้เป็นหัวข้อชัดเจน พร้อมตารางสรุปเ

ศึกมวยไทย 7 สี 15 ก.พ. 2569 จัดการแข่งขันในวันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เวทีมวยช่อง 7 สี และเริ่มถ่ายทอดสดเวลา 14:30 น. ตามกำหนดการแข่งขันของรายการประจำสัปดาห์ แฟนมวยสามารถใช้ข้อมูลนี้วางแผนการรับชมล่วงหน้าได้ ไม่ว่าจะเป็นการนัดเพื่อนดูมวย เตรียมเวลาเดินทาง หรือจัดตารางกิจกรรมช่วงบ่ายให้ทันคู่แรกที่เปิดรายการ โดยโปรแกรมวันนี้มีทั้งหมด 4 คู่ ไล่เรียงตั้งแต่คู่ที่ 1 ไปจนถึงคู่เอกคู่ที่ 4 พร้อมรายละเอียดพิกัดและผลชั่งน้ำหนักครบถ้วน
ภาพรวมโปรแกรมของศึกมวยไทย 7 สี 15 ก.พ. 2569 เน้นความต่อเนื่องของความสนุกตั้งแต่ต้นจนจบ เพราะทั้ง 4 คู่มีพิกัดตั้งแต่ 116 ปอนด์ ไปถึง 147 ปอนด์ ทำให้จังหวะเกมและรูปแบบการชกแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยข้อมูลชั่งน้ำหนักวันนี้มีทั้งกรณีชั่งได้ตามพิกัด และกรณีชั่งเกินพิกัดพร้อมตัวเลขส่วนต่างระบุชัด ซึ่งช่วยให้แฟนมวยประเมินภาพรวมก่อนระฆังยกแรกได้ดีขึ้น ทั้งนี้ตารางด้านล่างสรุปสาระสำคัญให้ดูได้รวดเร็วในมุมเดียว
โปรแกรมมวย ศึกมวยไทย 7 สี 15 ก.พ. 2569: ตารางคู่ชกวันนี้ พร้อมพิกัดและน้ำหนักชั่งได้
| คู่ที่ | มุมแดง | มุมน้ำเงิน | พิกัด (ปอนด์) | ชั่งได้มุมแดง | ชั่งได้มุมน้ำเงิน | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | ยอดเพชร พึเค. แสนชัยมวยไทยยิม | บิ๊กบอส ศิษย์เอราวัณ | 116 | 116.6 (+0.6) | 116.2 (+0.2) | ทั้งสองฝ่ายเกินพิกัด |
| 2 | แสงทองน้อย แสงทองค้าแก๊ส | เพชรมรกต ศิษย์สองพี่น้อง | 116 | ตามพิกัด | 118 (+2.0) | มุมน้ำเงินเกินพิกัด 2 ปอนด์ |
| 3 | ธีเดช ช้างนครศรี | เทอดเกียรติ ศิษย์เจ๊กานต์ | 124 | ตามพิกัด | ตามพิกัด | ชั่งผ่านทั้งคู่ |
| 4 | เพชรสามารถ เพชรเกียรติเพชร | โจเซฟ จิตรเมืองนนท์ | 147 | 148 (+1.0) | ตามพิกัด | มุมแดงเกินพิกัด 1 ปอนด์ (คู่เอก) |
โปรแกรมการแข่งขัน ศึกมวยไทย 7 สี 15 ก.พ. 2569 (เรียงคู่ 1–4)
คู่ที่ 1: ยอดเพชร พึเค. แสนชัยมวยไทยยิม พบ บิ๊กบอส ศิษย์เอราวัณ (พิกัด 116 ปอนด์)
คู่เปิดรายการของศึกมวยไทย 7 สี 15 ก.พ. 2569 เป็นการพบกันในพิกัด 116 ปอนด์ โดยมุมแดง ยอดเพชร พึเค. แสนชัยมวยไทยยิม ชั่งได้ 116.6 ปอนด์ เกินพิกัด 0.6 ปอนด์ ส่วนมุมน้ำเงิน บิ๊กบอส ศิษย์เอราวัณ ชั่งได้ 116.2 ปอนด์ เกินพิกัด 0.2 ปอนด์ ทำให้คู่นี้เป็นอีกหนึ่งคู่ที่แฟนมวยจะจับตาเรื่องความฟิตและจังหวะออกอาวุธตั้งแต่ยกแรก เพราะตัวเลขน้ำหนักที่เกินพิกัดทั้งสองฝ่ายสะท้อนว่าต่างคนต่างพยายามคุมสภาพร่างกายมาในกรอบใกล้เคียงกัน
เมื่อพิจารณาเฉพาะข้อมูลชั่งน้ำหนัก คู่ที่ 1 ของศึกมวยไทย 7 สี 15 ก.พ. 2569 มีส่วนต่างไม่มากนัก โดยยอดเพชรเกินพิกัด 0.6 ปอนด์ ขณะที่บิ๊กบอสเกิน 0.2 ปอนด์ ซึ่งเป็นความต่างที่ไม่ใหญ่จนเกินไปสำหรับมุมมองเชิงตัวเลข แต่ก็เพียงพอให้แฟนมวยใช้เป็นข้อมูลประกอบก่อนเกม เพราะการคุมน้ำหนักสัมพันธ์กับความสดและแรงในช่วงท้ายยกได้เสมอ คู่นี้จึงเหมาะกับการติดตามจังหวะเกมและการยืนระยะว่าใครจะรักษาความเร็วและความคมของอาวุธได้ต่อเนื่องกว่า
คู่ที่ 2: แสงทองน้อย แสงทองค้าแก๊ส พบ เพชรมรกต ศิษย์สองพี่น้อง (พิกัด 116 ปอนด์)
คู่ที่ 2 ของศึกมวยไทย 7 สี 15 ก.พ. 2569 ยังคงอยู่ในพิกัด 116 ปอนด์ โดยมุมแดง แสงทองน้อย แสงทองค้าแก๊ส ชั่งได้ตามพิกัด แสดงถึงการคุมน้ำหนักผ่านเกณฑ์ตามที่กำหนดไว้ ขณะที่มุมน้ำเงิน เพชรมรกต ศิษย์สองพี่น้อง ชั่งได้ 118 ปอนด์ เกินพิกัด 2.0 ปอนด์ ซึ่งเป็นตัวเลขส่วนต่างที่เด่นชัดที่สุดของรายการวันนี้ ทำให้คู่นี้เป็นหนึ่งในจุดที่คนดูจะพูดถึงมาก เพราะข้อมูลก่อนชกมีความต่างด้านน้ำหนักที่เห็นได้ชัดในตัวเลข
ในมุมของการติดตามโปรแกรมมวย ศึกมวยไทย 7 สี 15 ก.พ. 2569 คู่ที่ 2 มีรายละเอียดชั่งน้ำหนักที่ชัดเจนและช่วยให้คนดูทำความเข้าใจสถานการณ์ก่อนชกได้ทันที โดยแสงทองน้อยผ่านพิกัด ขณะที่เพชรมรกตเกินพิกัด 2 ปอนด์ ซึ่งการมีน้ำหนักเกินพิกัดอาจทำให้แฟนมวยคาดหวังพลังและแรงปะทะมากขึ้นในบางจังหวะ แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้ต้องลุ้นเรื่องความลื่นไหลของการเคลื่อนที่และการรักษาแรงตลอดเกมเช่นกัน คู่นี้จึงเหมาะสำหรับคนที่ชอบดูเกมที่มีประเด็นให้จับตาตั้งแต่ก่อนเริ่มชกจริง
คู่ที่ 3: ธีเดช ช้างนครศรี พบ เทอดเกียรติ ศิษย์เจ๊กานต์ (พิกัด 124 ปอนด์)
คู่ที่ 3 ของศึกมวยไทย 7 สี 15 ก.พ. 2569 ขยับขึ้นมาที่พิกัด 124 ปอนด์ โดยมุมแดง ธีเดช ช้างนครศรี ชั่งได้ตามพิกัด และมุมน้ำเงิน เทอดเกียรติ ศิษย์เจ๊กานต์ ก็ชั่งได้ตามพิกัดเช่นกัน ทำให้คู่นี้เป็นคู่ที่ข้อมูลก่อนชกดู “นิ่ง” และสมดุลที่สุดในรายการวันนี้ เมื่อทั้งสองฝ่ายผ่านพิกัดครบถ้วน แฟนมวยจึงสามารถโฟกัสไปที่รูปเกม เทคนิค และการอ่านจังหวะมากกว่าประเด็นเรื่องน้ำหนักหรือส่วนต่างจากพิกัด
การที่คู่ที่ 3 ของศึกมวยไทย 7 สี 15 ก.พ. 2569 ชั่งผ่านพิกัดทั้งสองฝ่ายมักทำให้คนดูคาดหวังเกมที่เดินตามแผนและโชว์ชั้นเชิงได้เต็มที่ เพราะนักมวยไม่ต้องแบกภาระตัวเลขส่วนต่างจากการชั่งน้ำหนักให้วุ่นวายก่อนขึ้นเวที แม้การชั่งน้ำหนักจะเป็นเพียงข้อมูลส่วนหนึ่ง แต่ก็สะท้อนการเตรียมตัวและการคุมร่างกายที่มีวินัย ซึ่งโดยทั่วไปส่งผลดีต่อความต่อเนื่องของฟอร์มการชก คู่นี้จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการนั่งดูละเอียด ๆ เพื่อจับสไตล์การออกอาวุธและการคุมเกมของทั้งสองฝ่าย
คู่ที่ 4 (คู่เอก): เพชรสามารถ เพชรเกียรติเพชร พบ โจเซฟ จิตรเมืองนนท์ (พิกัด 147 ปอนด์)
คู่เอกของศึกมวยไทย 7 สี 15 ก.พ. 2569 มาในพิกัด 147 ปอนด์ โดยมุมแดง เพชรสามารถ เพชรเกียรติเพชร ชั่งได้ 148 ปอนด์ เกินพิกัด 1.0 ปอนด์ ส่วนมุมน้ำเงิน โจเซฟ จิตรเมืองนนท์ ชั่งได้ตามพิกัดตามที่กำหนดไว้ ทำให้คู่เอกวันนี้มีประเด็นให้ลุ้นตั้งแต่ก่อนขึ้นเวที เพราะตัวเลขชั่งน้ำหนักบอกว่ามุมแดงมีน้ำหนักเกินพิกัด ขณะที่มุมน้ำเงินรักษาตัวเลขในกรอบได้พอดี ซึ่งมักทำให้แฟนมวยจับตาความสดและการยืนระยะในยกท้าย ๆ เป็นพิเศษ
เมื่อดูจากข้อมูลชั่งน้ำหนักของคู่เอก ศึกมวยไทย 7 สี 15 ก.พ. 2569 เพชรสามารถเกินพิกัด 1 ปอนด์ ขณะที่โจเซฟชั่งผ่านพิกัด ความต่างเชิงตัวเลขนี้ไม่ถึงกับสุดโต่ง แต่ก็เพียงพอให้เกิดการตีความได้หลายมุม ทั้งเรื่องความแน่นของร่างกาย แรงปะทะในช่วงแลกอาวุธ และความคล่องตัวในการออกอาวุธต่อเนื่อง แฟนมวยที่ชอบคู่เอกแบบเข้ม ๆ จึงไม่ควรพลาดช่วงนี้ เพราะโดยธรรมชาติของพิกัดใหญ่ เกมมักมีแรงปะทะหนักและจังหวะสำคัญเกิดขึ้นได้ทุกยก โดยเฉพาะเมื่อมีข้อมูลก่อนชกให้วิเคราะห์ประกอบอย่างชัดเจน
ตารางมวยไทยครบทุกคู่ พร้อมลิงก์ถ่ายทอดสดวันนี้! รวมทุกศึก ทุกสังเวียน ดูสดได้ในที่เดียว
สรุปผลชั่งน้ำหนักทั้งหมดของรายการ
หากต้องการดูภาพรวมแบบรวบรัด ศึกมวยไทย 7 สี 15 ก.พ. 2569 มีนักมวยที่ชั่งเกินพิกัดรวม 4 ราย ได้แก่ ยอดเพชร (+0.6), บิ๊กบอส (+0.2), เพชรมรกต (+2.0) และเพชรสามารถ (+1.0) ขณะที่คู่ที่ชั่งผ่านพิกัดทั้งสองฝ่ายคือคู่ที่ 3 ธีเดช พบ เทอดเกียรติ ส่วนคู่ที่ 2 และคู่ที่ 4 เป็นลักษณะ “ฝ่ายหนึ่งผ่าน อีกฝ่ายเกิน” ทำให้คนดูสามารถเลือกโฟกัสคู่ที่มีประเด็นน้ำหนักหรือเลือกดูคู่ที่สมดุลเพื่อชมฝีมือได้ตามสไตล์การรับชมของตนเอง
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ผู้ชั่งเกินพิกัด | ยอดเพชร (+0.6), บิ๊กบอส (+0.2), เพชรมรกต (+2.0), เพชรสามารถ (+1.0) |
| คู่ที่ชั่งผ่านทั้งสองฝ่าย | คู่ที่ 3: ธีเดช ช้างนครศรี vs เทอดเกียรติ ศิษย์เจ๊กานต์ (พิกัด 124) |
| คู่ที่มีฝ่ายหนึ่งเกินพิกัด | คู่ที่ 2 (เพชรมรกตเกิน 2.0) และคู่ที่ 4 (เพชรสามารถเกิน 1.0) |
| เวลาเริ่มรายการ | 14:30 น. ณ เวทีมวยช่อง 7 สี |
ศึกมวยไทย 7 สี 15 ก.พ. 2569 เริ่มกี่โมง และจัดที่ไหน?
ศึกมวยไทย 7 สี 15 ก.พ. 2569 เริ่มการแข่งขันเวลา 14:30 น. และจัดที่เวทีมวยช่อง 7 สี โดยเป็นช่วงเวลามาตรฐานของรายการวันอาทิตย์ที่แฟนมวยคุ้นเคยกันดี การทราบเวลาเริ่มชัดเจนช่วยให้ไม่พลาดคู่เปิดรายการ และยังทำให้สามารถจัดสรรเวลารับชมต่อเนื่องจนถึงคู่เอกได้อย่างเต็มอิ่ม โดยเฉพาะวันที่โปรแกรมมีความหลากหลายของพิกัดและมีประเด็นชั่งน้ำหนักให้ติดตามหลายคู่
ศึกมวยไทย 7 สี 15 ก.พ. 2569 วันนี้มีกี่คู่ และคู่เอกคือคู่ไหน?
โปรแกรมของศึกมวยไทย 7 สี 15 ก.พ. 2569 มีทั้งหมด 4 คู่ ไล่จากคู่ที่ 1 ไปจนถึงคู่ที่ 4 ซึ่งเป็นคู่เอก โดยคู่เอกวันนี้คือ เพชรสามารถ เพชรเกียรติเพชร พบ โจเซฟ จิตรเมืองนนท์ ในพิกัด 147 ปอนด์ รายการแบบ 4 คู่นี้ทำให้เกมเดินต่อเนื่องกำลังดี ไม่ยืดเยื้อ และคนดูสามารถเลือกจดจำคู่ที่สนใจได้ง่ายด้วยลำดับคู่ชกที่ชัดเจน
มีใครชั่งเกินพิกัดบ้างใน ศึกมวยไทย 7 สี 15 ก.พ. 2569?
ในศึกมวยไทย 7 สี 15 ก.พ. 2569 ผู้ที่ชั่งเกินพิกัดประกอบด้วย ยอดเพชร พึเค. แสนชัยมวยไทยยิม ที่ชั่งได้ 116.6 เกิน 0.6, บิ๊กบอส ศิษย์เอราวัณ ชั่งได้ 116.2 เกิน 0.2, เพชรมรกต ศิษย์สองพี่น้อง ชั่งได้ 118 เกิน 2.0 และเพชรสามารถ เพชรเกียรติเพชร ชั่งได้ 148 เกิน 1.0 โดยตัวเลขทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลก่อนชกที่ช่วยให้เห็นภาพรวมความแตกต่างด้านน้ำหนักของแต่ละคู่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
