เชลซีเข้าสู่เกมนี้พร้อมโจทย์สำคัญในการยกระดับผลงานในลีก หลังจากช่วงก่อนหน้านี้มีผลการแข่งขันที่ไม่น่าพอใจจนทำให้บรรยากาศรอบทีมเต็มไปด้วยแรงกดดัน อย่างไรก็ตาม การได้กลับมาเล่นต่อหน้าแฟนบอลของตัวเองและมีข่าวดีเรื่องนักเตะบางรายกลับมาซ้อมได้ ทำให้เกมนี้เป็นโอกาสสำคัญที่ทีมของ คาลั่ม แม็คฟาร์เลน จะต้องคว้าโมเมนตัมให้ได้ เชลซี พบ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 4 พ.ค. 2569
ด้านน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์เดินทางมาเยือนลอนดอนด้วยความมั่นใจจากฟอร์มชนะ 4 เกมรวด แต่เบื้องหลังผลงานที่ยอดเยี่ยมยังมีปัญหาเรื่องความสดและสภาพร่างกายของผู้เล่นหลายรายให้ต้องกังวล เกมนี้จึงไม่ใช่แค่การวัดคุณภาพแท็กติกเท่านั้น แต่ยังเป็นบททดสอบสำคัญว่าทีมเยือนจะรับมือกับโปรแกรมหนักและแรงกดดันจากเจ้าบ้านได้ดีเพียงใด
โปรแกรมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันที่ 4 พฤษภาคม 2569
โปรแกรมพรีเมียร์ลีกวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 มีคู่ที่น่าสนใจให้ติดตาม โดยเฉพาะเกม เชลซี พบ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ซึ่งเป็นคู่ที่มีรายละเอียดเชิงแท็กติกและสถานการณ์ทีมให้วิเคราะห์มากเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังมีเกม เอฟเวอร์ตัน พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่อยู่ในโปรแกรมวันเดียวกัน และอาจส่งผลต่อภาพรวมของตารางคะแนนในช่วงโค้งสำคัญของฤดูกาล
| คู่แข่งขัน | รายการ | เวลาแข่งขัน | สนาม |
|---|---|---|---|
| เชลซี พบ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ | พรีเมียร์ลีก อังกฤษ | 21.00 น. | สแตมฟอร์ด บริดจ์ |
| เอฟเวอร์ตัน พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ | พรีเมียร์ลีก อังกฤษ | รออัปเดตตามโปรแกรมแข่งขัน | รออัปเดตตามโปรแกรมแข่งขัน |
ภาพรวมก่อนเกม เชลซี พบ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์
เกมนี้มีความหมายต่อทั้งสองทีมในมุมที่แตกต่างกัน เชลซีต้องการใช้ความได้เปรียบในบ้านเพื่อหยุดช่วงเวลาที่ผลงานในลีกไม่แน่นอน ขณะที่น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์หวังต่อยอดฟอร์มชนะต่อเนื่องและพิสูจน์ว่าพวกเขาไม่ได้ดีแค่ในบ้านหรือเฉพาะเกมที่รูปเกมเข้าทางเท่านั้น การเจอกันที่สแตมฟอร์ด บริดจ์จึงมีแนวโน้มเป็นเกมที่เข้มข้นตั้งแต่ต้น
สิ่งที่ทำให้เกม เชลซี พบ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 4 พ.ค. 2569 น่าจับตามองเป็นพิเศษคือความแตกต่างของสภาพทีม เจ้าบ้านเริ่มมีข่าวดีจากผู้เล่นแนวรับที่กลับมาซ้อมได้ ขณะที่ทีมเยือนแม้ฟอร์มแรงแต่มีนักเตะหลายรายต้องลุ้นความฟิต หากฟอเรสต์ไม่สามารถจัดทีมชุดที่สมบูรณ์ได้ เกมรับและสมดุลแดนกลางอาจกลายเป็นจุดที่เชลซีใช้โจมตีได้ตลอด 90 นาที
ความพร้อมล่าสุดของเชลซี
เชลซีภายใต้การคุมทีมชั่วคราวของ คาลั่ม แม็คฟาร์เลน ได้รับข่าวดีเมื่อ รีซ เจมส์ และ ลีวาย โคลวิลล์ สองผู้เล่นสำคัญในแนวรับกลับมาลงซ้อมได้อีกครั้ง หลังจากต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บมาเป็นเวลานาน แม้ยังต้องรอประเมินความพร้อมขั้นสุดท้ายก่อนเกม แต่การกลับมาของทั้งคู่ถือเป็นสัญญาณบวกต่อโครงสร้างเกมรับและตัวเลือกเชิงแท็กติกของทีม
อย่างไรก็ตาม เชลซียังไม่สามารถใช้งานผู้เล่นบางรายได้ทั้งหมด โดย ฟิลิป ยอร์เกนเซ่น ยังไม่พร้อมกลับมาช่วยทีมหลังเข้ารับการผ่าตัดเล็กบริเวณขาหนีบ แม้โดยปกติจะเป็นผู้รักษาประตูมือสอง แต่การขาดหายไปก็ทำให้ตัวเลือกสำรองในตำแหน่งนี้ลดลง ส่วน เอสเตเวา และ เจมี่ กิตเทนส์ ยังไม่พร้อมมีส่วนร่วมกับทีมในเกมนี้เช่นกัน
จุดที่น่าสนใจของเชลซีอยู่ที่เกมรุก เพราะ โคล พาลเมอร์ มีแนวโน้มกลับมาออกสตาร์ตเป็นตัวจริง หลังจากลงเป็นตัวสำรองในเกมล่าสุดที่ทีมชนะ ลีดส์ และผ่านเข้าชิงเอฟเอ คัพ การมี พาลเมอร์ อยู่ในพื้นที่ระหว่างแดนกลางกับแนวรับคู่แข่งจะช่วยเพิ่มมิติการสร้างสรรค์เกม โดยมี เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ และ เปโดร เนโต้ คอยสนับสนุน ชูเอา เปโดร ในตำแหน่งหน้าเป้า
| สถานะผู้เล่นเชลซี | รายละเอียด | ผลต่อทีม |
|---|---|---|
| รีซ เจมส์ | กลับมาลงซ้อมได้แล้ว หลังพักจากอาการบาดเจ็บ | เพิ่มตัวเลือกแนวรับและประสบการณ์ทางฝั่งขวา |
| ลีวาย โคลวิลล์ | กลับมาซ้อมและมีลุ้นติดทีม | ช่วยเพิ่มความลึกในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก |
| ฟิลิป ยอร์เกนเซ่น | ยังไม่พร้อม หลังผ่าตัดเล็กบริเวณขาหนีบ | ตัวเลือกผู้รักษาประตูสำรองลดลง |
| โคล พาลเมอร์ | มีแนวโน้มกลับมาเป็นตัวจริง | เพิ่มคุณภาพการสร้างสรรค์เกมรุกและจังหวะสุดท้าย |
ความพร้อมล่าสุดของน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์
น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ของ วิตอร์ เปเรยร่า ยังต้องรอเช็กความพร้อมของผู้เล่นหลายรายก่อนเกมเยือนสแตมฟอร์ด บริดจ์ หลังจากมีนักเตะสำคัญหลายคนพลาดช่วยทีมในเกมยูโรปา ลีก ที่ชนะ แอสตัน วิลล่า ไม่ว่าจะเป็น มูริลโล่, แชร์ คุนญ่า, ดาน เอ็นดอย และ อิบราฮิม ซ็องกาเร่ ซึ่งล้วนเป็นตัวเลือกที่ส่งผลต่อความสมดุลของทีม
ปัญหาที่น่ากังวลเพิ่มเติมคืออาการบาดเจ็บของ โอลา ไอน่า ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกระหว่างเกมก่อนหน้านี้ ทำให้ตำแหน่งแบ็กขวาของฟอเรสต์อาจต้องมีการปรับเปลี่ยน โดย แซ็ค แอ็บบอตต์ ดาวรุ่งวัย 19 ปี มีโอกาสถูกส่งลงทำหน้าที่แทน ซึ่งแม้จะเป็นโอกาสสำคัญของนักเตะดาวรุ่ง แต่ก็ต้องเจอบททดสอบหนักกับเกมรุกของเชลซี
ขณะเดียวกัน ฟอเรสต์มีแนวโน้มโรเตชั่นบางตำแหน่งเพื่อรักษาความสดของทีม โดย มัตซ์ เซลส์ มีโอกาสกลับมาเฝ้าเสา ส่วน เจมส์ แม็คอาตี และ โลเรนโซ่ ลุคก้า ก็อยู่ในกลุ่มผู้เล่นที่มีลุ้นออกสตาร์ต เกมนี้จึงอาจเป็นการผสมผสานระหว่างแกนหลักกับตัวเลือกที่ต้องเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระจากโปรแกรมที่ถี่และหนัก
| สถานะผู้เล่นฟอเรสต์ | รายละเอียด | ผลต่อทีม |
|---|---|---|
| มูริลโล่ | ต้องรอประเมินความพร้อมก่อนเกม | ส่งผลต่อความแข็งแกร่งในแนวรับ |
| ดาน เอ็นดอย | ไม่มีส่วนร่วมในเกมยุโรปก่อนหน้านี้ | ลดตัวเลือกในเกมริมเส้นและการเปลี่ยนจังหวะบุก |
| อิบราฮิม ซ็องกาเร่ | ยังต้องลุ้นความฟิต | กระทบต่อพลังแดนกลางและเกมตัดบอล |
| โอลา ไอน่า | มีอาการบาดเจ็บและถูกเปลี่ยนตัวออก | อาจเปิดทางให้ แซ็ค แอ็บบอตต์ ลงแทนในตำแหน่งแบ็กขวา |
คาดการณ์ 11 ตัวจริง เชลซี พบ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์
การจัดตัวของทั้งสองทีมในเกมนี้สะท้อนถึงสภาพความพร้อมที่แตกต่างกัน เชลซีมีแนวโน้มใช้ระบบ 4-2-3-1 เพื่อให้แดนกลางมีความแน่นและเปิดพื้นที่ให้ตัวรุกสร้างสรรค์เกมได้มากขึ้น ส่วนฟอเรสต์อาจเลือก 4-4-2 เพื่อรักษาระเบียบเกมรับ พร้อมใช้คู่กองหน้าเป็นตัวกดดันแนวรับเจ้าบ้านและหาจังหวะโจมตีจากบอลเปลี่ยนแกน
| ทีม | ระบบ | คาดการณ์ 11 ตัวจริง |
|---|---|---|
| เชลซี | 4-2-3-1 | โรเบิร์ต ซานเชซ – มาโล กุสโต้, โตซิน อดาราบิโอโย่, เทรโวห์ ชาโลบาห์, มาร์ก กูกูเรย่า – มอยเซส ไกเซโด้, โรเมโอ ลาเวีย – โคล พาลเมอร์, เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ, เปโดร เนโต้ – ชูเอา เปโดร |
| น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ | 4-4-2 | มัตซ์ เซลส์ – แซ็ค แอ็บบอตต์, นิโกล่า มิเลนโควิช, โมราโต้, นีโค วิลเลี่ยมส์ – เจมส์ แม็คอาตี, เอลเลียต แอนเดอร์สัน, นิโกลัส โดมิงเกซ, มอร์แกน กิ๊บส์-ไวท์ – อีกอร์ เชซุส, โลเรนโซ่ ลุคก้า |
วิเคราะห์แท็กติก เชลซี
เชลซีในระบบ 4-2-3-1 มีแนวโน้มวาง มอยเซส ไกเซโด้ และ โรเมโอ ลาเวีย เป็นคู่กลางคอยคุมจังหวะเกมและป้องกันพื้นที่หน้าแผงหลัง ขณะที่ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ จะมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมเกมจากแดนกลางขึ้นไปยังพื้นที่อันตราย การมี โคล พาลเมอร์ ในแนวรุกทำให้เชลซีมีผู้เล่นที่สามารถพลิกบอล สร้างโอกาส และจบสกอร์ได้ในจังหวะเดียว
พื้นที่ด้านข้างจะเป็นอีกหนึ่งจุดที่เชลซีน่าจะให้ความสำคัญ เพราะ เปโดร เนโต้ สามารถใช้ความเร็วและการพาบอลทะลุแนวรับเพื่อสร้างความแตกต่างได้ หากฟอเรสต์ต้องใช้ แซ็ค แอ็บบอตต์ ในตำแหน่งแบ็กขวา เชลซีอาจพยายามกดดันพื้นที่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อบังคับให้แนวรับทีมเยือนถอยลึกและเปิดช่องบริเวณกรอบเขตโทษ
วิเคราะห์แท็กติก น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์
ฟอเรสต์ในระบบ 4-4-2 น่าจะเน้นความแน่นอนของโครงสร้างเกมรับเป็นหลัก โดยพยายามลดพื้นที่ระหว่างไลน์แดนกลางกับแนวรับไม่ให้เชลซีมีช่องเล่นมากเกินไป บทบาทของ เอลเลียต แอนเดอร์สัน และ นิโกลัส โดมิงเกซ จึงสำคัญมากในการปะทะแดนกลาง ขณะที่ มอร์แกน กิ๊บส์-ไวท์ จะเป็นตัวเชื่อมเกมรุกและหาโอกาสจ่ายบอลให้คู่กองหน้า
การมี อีกอร์ เชซุส และ โลเรนโซ่ ลุคก้า เป็นคู่กองหน้าทำให้ฟอเรสต์มีทางเลือกในการเล่นบอลยาวและการโจมตีพื้นที่หลังแนวรับเชลซี หากทีมเยือนสามารถเอาตัวรอดจากการเพรสซิ่งของเจ้าบ้านได้ พวกเขามีโอกาสใช้จังหวะสวนกลับสร้างปัญหาได้เช่นกัน แต่เงื่อนไขสำคัญคือแดนกลางต้องไม่เสียบอลง่ายและแนวรับต้องยืนตำแหน่งอย่างมีวินัย
จุดตัดสินเกม เชลซี พบ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์
จุดแรกที่อาจตัดสินผลการแข่งขันคือการดวลกันในแดนกลาง หากเชลซีสามารถใช้ ไกเซโด้, ลาเวีย และ เอ็นโซ่ ควบคุมจังหวะเกมได้ เจ้าบ้านจะมีโอกาสครองบอลต่อเนื่องและกดดันฟอเรสต์ให้อยู่ในแดนตัวเอง แต่หากฟอเรสต์ตัดบอลแล้วสวนกลับได้เร็ว เชลซีก็อาจต้องเผชิญกับสถานการณ์อันตรายหลายครั้ง
จุดที่สองคือพื้นที่ด้านข้างของฟอเรสต์ โดยเฉพาะฝั่งที่อาจต้องใช้ผู้เล่นดาวรุ่งลงแทนตัวหลัก เชลซีมีตัวรุกที่สามารถเล่นงานสถานการณ์หนึ่งต่อหนึ่งได้ดี และหากสามารถสร้างความได้เปรียบจากริมเส้นจนบังคับให้กองกลางฟอเรสต์ต้องถอยไปช่วย เกมในพื้นที่หน้าเขตโทษก็จะเปิดมากขึ้นสำหรับ พาลเมอร์ และ เอ็นโซ่ ในการสร้างโอกาสจบสกอร์
จุดที่สามคือความสดของน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ เพราะแม้ทีมเยือนกำลังมั่นใจจากฟอร์มชนะต่อเนื่อง แต่โปรแกรมที่หนักและปัญหานักเตะเจ็บหลายรายอาจส่งผลในช่วงครึ่งหลัง หากเชลซีรักษาความเร็วของเกมและเปลี่ยนจังหวะบุกได้ต่อเนื่อง ฟอเรสต์อาจเจองานยากในการรักษาระดับการวิ่งไล่และการป้องกันพื้นที่สำคัญตลอดทั้งเกม
| ประเด็นสำคัญ | เชลซี | น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ |
|---|---|---|
| แดนกลาง | มี ไกเซโด้, ลาเวีย และ เอ็นโซ่ คอยคุมจังหวะ | ต้องอาศัยความขยันของ แอนเดอร์สัน และ โดมิงเกซ |
| เกมริมเส้น | เปโดร เนโต้ และ พาลเมอร์ สามารถสร้างความแตกต่างได้ | อาจมีปัญหาหากต้องปรับตำแหน่งแบ็กขวา |
| ความสด | ได้เปรียบจากการเล่นในบ้านและแรงกระตุ้นจากแฟนบอล | ต้องบริหารแรงหลังผ่านโปรแกรมหนักและมีผู้เล่นเจ็บหลายราย |
| จังหวะจบสกอร์ | ต้องฝากความหวังกับ ชูเอา เปโดร และการสร้างสรรค์ของ พาลเมอร์ | ต้องใช้ความเฉียบคมของ อีกอร์ เชซุส และ โลเรนโซ่ ลุคก้า |
ความน่าจะเป็นของเกม
รูปเกมมีแนวโน้มที่เชลซีจะเป็นฝ่ายครองบอลมากกว่า โดยพยายามค่อย ๆ ขยับเกมจากแดนกลางเข้าสู่พื้นที่ระหว่างไลน์ของฟอเรสต์ ขณะที่ทีมเยือนน่าจะเน้นความรัดกุมและรอจังหวะโต้กลับเป็นหลัก หากฟอเรสต์ยืนระยะในเกมรับได้ดีในช่วงแรก พวกเขาอาจทำให้เชลซีต้องเจอกับเกมที่อึดอัด แต่หากเสียประตูเร็ว รูปเกมจะเปิดและเข้าทางเจ้าบ้านมากขึ้น
ฟอเรสต์ยังคงเป็นทีมที่อันตราย เพราะฟอร์มชนะ 4 นัดรวดช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับนักเตะอย่างชัดเจน แต่เมื่อพิจารณาจากปัญหาความสดและความไม่แน่นอนของผู้เล่นบาดเจ็บหลายตำแหน่ง เกมเยือนครั้งนี้จึงมีความเสี่ยงสูงกว่าหลายนัดก่อนหน้า โดยเฉพาะเมื่อเชลซีมีตัวรุกที่พร้อมเล่นงานพื้นที่ว่างได้ทันทีหากแนวรับทีมเยือนเสียสมาธิ
ในฝั่งเชลซี แม้ผลงานในลีกก่อนหน้านี้จะไม่นิ่ง แต่การได้เล่นในบ้านและมีผู้เล่นสำคัญอย่าง โคล พาลเมอร์ กลับมามีลุ้นออกสตาร์ตทำให้มิติการเข้าทำดูน่าสนใจขึ้นมาก หากเจ้าบ้านสามารถรักษาความสมดุลระหว่างการบุกกับการป้องกันจังหวะสวนกลับได้ดี โอกาสเก็บสามคะแนนในเกมนี้ถือว่ามีมากกว่าทีมเยือนเล็กน้อย
ผลการแข่งขันที่คาด
เมื่อประเมินจากความพร้อมของทั้งสองทีม สถานการณ์นักเตะบาดเจ็บ ความได้เปรียบในบ้าน และรูปแบบการเล่นที่คาดว่าจะเกิดขึ้น เชลซีมีภาษีดีกว่าในการเบียดชนะเกมนี้ แม้น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์จะอยู่ในช่วงมั่นใจและมีศักยภาพในการสร้างปัญหาจากเกมสวนกลับ แต่ความล้าจากโปรแกรมหนักอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทีมเยือนยืนระยะได้ยากในช่วงท้ายเกม
| คู่แข่งขัน | ผลการแข่งขันที่คาด | เหตุผลประกอบ |
|---|---|---|
| เชลซี พบ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ | เชลซี ชนะ 2-1 | เชลซีได้เปรียบจากการเล่นในบ้าน มีตัวรุกที่สร้างความแตกต่างได้ และฟอเรสต์เริ่มมีปัญหาความสดรวมถึงสภาพทีมที่ไม่สมบูรณ์ |
สรุปวิเคราะห์บอล เชลซี พบ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์
เชลซี พบ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 4 พ.ค. 2569 เป็นเกมที่มีความน่าสนใจทั้งในแง่แท็กติกและสภาพจิตใจของทั้งสองทีม เชลซีต้องการพิสูจน์ว่าพวกเขาสามารถกลับมาคว้าผลการแข่งขันที่ดีในลีกได้ ขณะที่ฟอเรสต์ต้องการรักษาความร้อนแรงของฟอร์มการเล่นและแสดงให้เห็นว่าพวกเขาพร้อมต่อกรกับทีมใหญ่แม้ต้องออกมาเยือน
หากมองจากองค์ประกอบโดยรวม เชลซีมีโอกาสเป็นฝ่ายคุมทิศทางของเกมมากกว่า และน่าจะพยายามใช้คุณภาพของ โคล พาลเมอร์, เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ และ เปโดร เนโต้ เพื่อกดดันแนวรับฟอเรสต์อย่างต่อเนื่อง ส่วนทีมเยือนยังมีทีเด็ดจากเกมสวนกลับและคู่กองหน้า แต่ปัญหาความสดและนักเตะบาดเจ็บหลายรายอาจทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมลดลง
บทสรุปของเกมนี้จึงมีแนวโน้มเป็นการแข่งขันที่สูสีในช่วงแรก ก่อนที่เชลซีจะค่อย ๆ ใช้ความได้เปรียบจากการเล่นในบ้านและความหลากหลายของเกมรุกสร้างความแตกต่างในช่วงสำคัญ หากเจ้าบ้านไม่พลาดง่ายในเกมรับและใช้โอกาสจบสกอร์ได้เฉียบคมพอ ผลการแข่งขันที่คาดไว้คือ เชลซี ชนะ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 2-1
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเกม เชลซี พบ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์
เชลซี พบ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ แข่งวันไหน?
เชลซี พบ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ มีกำหนดแข่งขันวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 โดยเป็นหนึ่งในโปรแกรมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ได้รับความสนใจ เพราะทั้งสองทีมมีเป้าหมายสำคัญในช่วงท้ายฤดูกาลและต่างต้องการผลการแข่งขันที่ดีเพื่อรักษาโมเมนตัมของตัวเอง
เชลซี พบ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ แข่งกี่โมง?
เกมพรีเมียร์ลีกระหว่าง เชลซี พบ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ จะแข่งขันในเวลา 21.00 น. ตามข้อมูลโปรแกรมที่ระบุไว้ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการติดตามของแฟนบอล และเป็นเกมที่มีรายละเอียดก่อนแข่งให้จับตามองหลายประเด็นทั้งเรื่องตัวจริงและสภาพทีม
เชลซี พบ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ แข่งที่สนามไหน?
เกมนี้จะแข่งขันที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ ซึ่งเป็นรังเหย้าของเชลซี และเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจช่วยเพิ่มความได้เปรียบให้เจ้าบ้าน เพราะเสียงเชียร์จากแฟนบอลและความคุ้นเคยกับสภาพสนามสามารถส่งผลต่อจังหวะการเล่นและความมั่นใจของนักเตะได้โดยตรง
เชลซีคาดว่าจะใช้ระบบอะไรในเกมนี้?
เชลซีคาดว่าจะใช้ระบบ 4-2-3-1 โดยมี โรเบิร์ต ซานเชซ เฝ้าเสา แดนกลางใช้ มอยเซส ไกเซโด้ กับ โรเมโอ ลาเวีย คอยคุมจังหวะ ส่วนแนวรุกนำโดย โคล พาลเมอร์, เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ, เปโดร เนโต้ และ ชูเอา เปโดร ที่รับบทหน้าเป้า
ผลการแข่งขันที่คาดของ เชลซี พบ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ คืออะไร?
ผลการแข่งขันที่คาดคือ เชลซี ชนะ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 2-1 เนื่องจากเจ้าบ้านมีความได้เปรียบจากการเล่นที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ และมีแนวรุกที่สามารถสร้างความแตกต่างได้ ขณะที่ฟอเรสต์แม้ฟอร์มดีแต่ต้องเผชิญปัญหาความสดและสภาพทีมที่ไม่สมบูรณ์เต็มร้อย

